เพราะชีวิตคือการเดินทาง
ย้อนกลับไปดูไดอารี่หน้าเก่า ต้องไม่ได้อัพไดอารี่ตั้งเกือบหนึ่งปีแน่ะ
อันที่จริงต้องขอแก้ตัวนิดนึงก่อนน๊า ว่า... ต้องตั้งใจจะอัพไดอารี่ตั้งแต่กรกฎานั่นแน่ะจ้ะ ทำรูปไว้รอจนตอนนี้รูปบูดไปแล้วนิดนึง ^^ แต่ว่า...(การแก้ตัวต้องขึ้นต้นด้วย "แต่ว่า...") คือแต่ว่า...ต้องทำอะไรไปบ้างก็ไม่รู้จ้ะ รู้ตัวอีกทีก็เดือนตุลาแล้ว
และวันนี้ก็เป็นวันแรกในรอบหลายเดือนที่เป็นวันว่างจริงๆ ส่วนวันอื่นที่ว่างเล่นๆ ก็จะว่างแบบที่ต้องออกเดินทาง หรือต้องไปจัดการธุระเยอะแยะเลย (ถึงบรรทัดนี้เริ่มรู้สึกว่าตัวเองอายุเยอะยังไงก็ไม่รู้จ้ะ^^")
เอาล่ะจ้ะ แก้ตัวเยอะแล้ว ต้องพาเที่ยวดีกว่าเนอะ ^_^
ตลอดช่วงที่เงียบหายไปจากไดอารี่ ส่วนนึงคือ เรื่องงาน ส่วนนึงคือ ต้องได้ออกเดินทางเยอะเลยล่ะ
ทริปแรกเลย ไปเที่ยวทะเลภูเก็ตกันจ้ะ

ไปดูพระอาทิตย์ตกที่แหลมพรหมเทพ

เช้าวันใหม่ก็ไปตะลุยเกาะพีพี ไปดำน้ำกัน

เป็นการเที่ยวที่สนุกและประทับใจมากเลยล่ะจ้ะ เพราะต้องไม่ได้เที่ยวทะเลใต้ตั้งแต่ตอนเก้าขวบแน่ะ และครั้งนี้ก็เป็นครั้งแรกที่ได้เดินทางไปเที่ยวต่างจังหวัดกับเพื่อนสนิท ได้รู้จักกันและกันมากขึ้น แถมมีเรื่องราวให้ต้องยิ้มได้ทุกทีเวลาที่นึกถึงด้วย
หลังจากกลับจากภูเก็ตได้แป๊บนึง ต้องก็จับฉลากกับที่ทำงานได้ไปเที่ยวปักกิ่ง มีความสุข สนุกสนาน ตื่นตาตื่นใจ
. . .
ที่อุณหภูมิ -6 องศาเซลเซียส T_T
หนาวจับใจเลย
ช่วงที่ไปเที่ยวโชคดีมากเลยจ้ะได้เจอทั้งวันที่ฟ้าใสแจ๋วแบบนี้

ส่วนตัวประทับใจหลายอย่างที่นั่น เพราะพอได้สัมผัสกับวัฒนธรรมความเป็นอยู่ ได้เห็นสิ่งก่อสร้างทั้งสมัยเก่าและใหม่ ก็ทำให้ทึ่งในความมีระเบียบ วินัย มีความอดทน และความตั้งใจจริงในทุกสิ่งที่กำลังทำของคนจีน

(รูปมุมขวาล่างสุด ต้องพยายามทำตัวเป็นหุ่นตัวที่ 4 คือความจริงบอกให้พี่ที่ไปด้วยทำท่าแบบนี้นะคะ แต่พี่เค้าเขิน acting ไม่ดีเลย ต้องตาเลยทำให้ดู แบบ ประมาณนี้นะคะพี่)
และที่โชคดีมากๆคือสองวันก่อนกลับมีหิมะตกด้วยล่ะ ตอนที่เห็นร่าเริงมาก วิ่งออกมาเล่นๆกับหิมะที่กำลังโปรยลงมาใหญ่เลย รู้ตัวอีกทีก็ปรากฏว่า...สายตาทุกคู่ที่อยู่บนรถโค้ชเค้าจับจ้องมาที่ต้องกันหมดเลย แบบรู้เลยว่าใครกันน๊า ที่เพิ่งเคยเห็นหิมะเป็นครั้งแรก ^^" แต่ไม่เป็นไรจ้ะ ต้องเกือบเด็กสุดในทริปนี้ พี่ๆที่ไปด้วยก็เลยเอ็นดู เด็กๆทำอะไรก็ดูน่าเอ็นดูอะเนอะ :P (คือจริงๆอายุเยอะค่ะ แต่เทียบกับในกรุ๊ปนี่พี่เค้าไปเลยหลักสี่กันเกือบหมดจ้ะ)
(กรี๊ดดด หิมะ ^^)

ที่ประทับใจมากคือได้ไปกำแพงเมืองจีนในวันที่ทุกที่ถูกห่มคลุมด้วยหิมะ
สวยจนเหมือนนึกว่าเดินอยู่ในภาพวาด พอลมพัดก็ยิ่งหนาวมาก แต่ก็มีความสุขมาก ^^

กลับจากปักกิ่งพร้อมด้วยมิตรภาพที่ดีจากพี่ที่ไปร่วมทริปด้วยกัน มีเรื่องที่ต้องประทับใจมากด้วยล่ะ คือ ในวันที่ไปเที่ยวสนามกีฬาโอลิมปิกปักกิ่ง วันนั้นหนาวมากและต้องลืมหยิบหมวกลงมาจากรถด้วย ขณะที่ยืนหนาว(และคาดว่าหน้าคงซีดน่าดู) ก็มีพี่คนนึงเดินมาถอดหมวกของตัวเองมาสวมให้ต้อง ทั้งที่ตอนนั้นเรายังไม่รู้จักกัน และหลังจากตอนนั้น เราก็เลยได้รู้จักกัน เดินเที่ยวและถ่ายรูปด้วยกัน และเป็นรอยยิ้มให้กันตลอดการเดินทาง
ล่าสุดพี่เค้าโทรมาชวนต้องไปเที่ยวบ้าน ชวนไปเที่ยวฮ่องกง (แต่ว่าต้องไปไม่ได้สักที่เลยอ่ะจ้ะ ตอนนี้พี่เค้าเลยเลิกโทรชวนไปแล้วค่ะ แหะๆ)
ทุกครั้งที่ออกเดินทาง ต้องได้เจอเรื่องน่ารักๆเสมอเลย
รู้สึกว่าตัวเองโชคดีจัง
โปรแกรมเดินทางยังไม่หมด ไปเที่ยวกันต่อเนาะ
ช่วงฤดูฝนอันแสนชุ่มฉ่ำ ต้องไปเที่ยวสวนผึ้งมาจ้ะ เป็นการเที่ยวแบบลุ้นฟ้าฝนกันพอสมควร ชนิดวิ่งหลบฝนไม่ทันเราก็ตากฝนเลยดีกว่า
ไปสวนผึ้งไปเล่นกับน้องแกะ

ไปๆมาๆเลยไม่รู้ว่าคนเล่นกับแกะ หรือแกะเล่นกับคนก็ไม่รู้จ้า รู้สึกเหมือนโดนแกะแกล้งยังไงก็ไม่รู้

ได้พักในที่ที่สามารถปล่อยใจวางจากเรื่องงานลงบ้าง ได้ไปกับเพื่อนที่รักและห่วงใยกันตลอดการเดินทาง ได้มองอะไรน่ารักๆและยิ้มด้วยกัน

ได้แวะเที่ยวพระราชวังแห่งความรักด้วยค่ะ พระราชวังมฤคทายวัน

และจบการเที่ยวดื้อก่อนกับ Primo Posto นะจ๊ะ

ก่อนจบไดอารี่ดื้อๆ เล่าเรื่องตัวเองคร่าวๆก่อนละกันเนาะ นับจากไดอารี่หน้าก่อนถึงตอนนี้ ชีวิตต้องมีการเปลี่ยนแปลงหลายอย่างเลยจ้ะ แต่ทุกอย่างเป็นไปในทางที่ดีมาก ต้องได้อยู่ใกล้กับครอบครัวที่ต้องรัก ได้เปิดใจให้กับใครคนคุ้นใจและเรียนรู้กัน ได้พูดคุยทักถามห่วงใยคุณเทวดา คนที่ต้องจะรู้สึกดีด้วยเสมอ ต้องมีเพื่อนที่รักและห่วงใยกันเสมอและพร้อมจะเที่ยวเดินทางไปด้วยกันทุกที่
ทุกเรื่องเป็นเรื่องดีที่ทำให้ต้องมีรอยยิ้ม มีกำลังใจกับชีวิต และเป็นแรงผลักดันที่ทำให้ต้องอยากทำให้คนรอบข้างได้มีรอยยิ้มบ้าง
ต้องรู้สึกเหมือนกำลังเดินไปข้างหน้าอย่างเติบโตขึ้น แบบที่ต้องมีความรับผิดชอบกับทุกคนที่รักมากขึ้น แต่เป็นความรับผิดชอบแบบที่มีความสุขมากที่ได้ทำ
แล้วตอนนี้ ต้องก็กำลังเร่งเขียนงานวิจัยขอเลื่อนตำแหน่งซี7อยู่จ้ะ
ซึ่งคงทำให้ต้องหายไปจากหน้าจออีกแล้ว ไม่ว่ากันนะคะ
ที่อยากขอบคุณ...
คือ ตลอดเวลาที่หายไปจากไดอารี่ ต้องยังได้รับความรู้สึกดีๆที่ส่งผ่านมาเสมอ โปสการ์ด ข้อความ ของขวัญ เสียงหวานๆใสๆที่โทรมาทักทายกันบ้างนานที ทั้งหมดนี้เลย ที่ทำให้ถึงต้องจะไม่ได้อัพไดอารี่บ่อยเหมือนเมื่อก่อน ก็ยังทำให้ต้องรู้สึกว่า นี่เป็นอีกหนึ่งความโชคดี เป็นอีกเรื่องดีของชีวิต ที่ต้องได้รู้จักกับทุกคน และเราเป็นเพื่อนกัน
อัพเท่านี้ก่อนนะคะ อย่าลืมฝากข้อความไว้บ้างนะคะ ถ้าแวะมา ^^
|